ม.ราชภัฎนครปฐมร่วมวัฒนธรรมจังหวัด ฟื้นฟูการตักบาตรข้าวหลามชุมชนวัดพระงาม
“ทวารวดีนครปฐม : สร้างคุณค่า สร้างมูลค่า สร้างจิตสำนึกรักท้องถิ่น”
จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในกรอบการวิจัย "การจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและสำนึกท้องถิ่น” ซึ่งมีเป้าหมายการเพิ่มความเข้มแข็งของ
เศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้มีศักยภาพในการแข่งขัน
สามารถพึ่งพาตนเองได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น โดย มหาวิทยาลัยราชภั
ฎนครปฐม
ผศ.ดร.ปิยะวรรณ ปิ่นแก้ว กล่าวว่า ชุมชนวัดพระงาม เป็นชุมชนหนึ่งที่สำคัญของจังหวัดนครปฐมที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับอารยธรรมทวารวดีโดยพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ เช่น เศียรพระพุทธรูปดินเผ่าที่มีความงดงาม ที่เป็นที่มาของคำว่า “พระงาม” พบ ธรรมจักร กวางหมอบ ประติมากรรมดินเผาทวารบาล แผ่นจารึกอักษรสมัย ทวารวดี หรือ ที่เรียกว่าจารึกวัดพระงาม โบราณสถานเนินพระงาม หรือ เขาวัดพระงาม และหลักฐานอื่นๆ อีก หลายชิ้นที่บ่งชี้ได้ว่าชุมชนวัดพระงามเป็นพื้นที่สำคัญในอารยธรรมทวารวดี
นอกจากนี้ ผศ.วิรัตน์ ปิ่นแก้ว อธิการบดีมหาวิทยาราชภัฎยังกล่าวเสริมว่า ทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในชุมชนวัดพระงามก็มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นที่สะท้อนพัฒนาการทางสังคม วิถีชีวิต และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ภูมิปัญญาการเผาข้าวหลาม ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัดนครปฐมตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยสะท้อนให้เห็นจากคำขวัญของจังหวัดนครปฐมที่ว่า “ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า สวยงามตาแม่น้ำท่าจีน”
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และภาคีเครือข่ายที่ประกอบไปด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน วัด และโรงเรียน ในชุมชนวัดพระงามเล็งเห็นความสำคัญของประเพณีการตักบาตรข้าวหลามที่เคยมีมาแต่ในอดีตและเห็นว่าควรนำ รองการจัดกิจกรรมฟื้นฟูประเพณีการตักบาตรข้าวหลามขึ้นมาอีกครั้ง โดยใช้วันสำคัญทางพุทธศาสนาเป็น จุดเริ่มต้นให้คนในชุมชน คนในจังหวัดนครปฐมนำข้าวหลามมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำบุญตักบาตร ให้กลายเป็น กระแสซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) ให้เกิดคุณค่าและมูลค่าเพิ่มที่มีอิทธิพลต่อสังคมและนำไปสู่การเพิ่มมูลค่า ทางเศรษฐกิจของจังหวัดนครปฐม
ย้อนรอยวัฒนธรรมโบราณเก่าแก่ชุมชนวัดพระงาม ที่หายไปหลายชั่วอายุคน
ในอดีตชุมชนวัดพระงามมีความโดดเด่นในการประกอบอาชีพทำข้าวหลามมาอย่างยาวนาน อาจเรียกได้ ว่าเป็นหมู่บ้านข้าวหลาม จากคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่กล่าวว่า แหล่งกำเนิดของข้าวหลามนครปฐมในอดีต นั้นมีเพียงแห่งเดียว คือ ชุมชนบริเวณรอบวัดพระงาม สันนิษฐานว่ามีมาก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยบรรพ บุรุษได้อพยพมาจากถิ่นฐานอื่น มาประกอบอาชีพทำนาปลูกข้าวเป็นหลัก
ซึ่งการทำข้าวหลามอาจเป็นประเพณีที่ เคยทำกันมาตั้งแต่ถิ่นเดิม
เมื่อมีการย้ายถิ่นฐานจึงนำมาทำกันสืบเนื่องภายในครัวเรือน และมีประเพณีการตัก
บาตรข้าวหลามนั้นผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ในอดีตทำกันปีละครั้ง
โดยนำข้าวหลามไปใส่บาตรพระที่มาบิณฑบาต เพื่อ
อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับของตนในวันสงกรานต์หรือวันสำคัญทางศาสนา
ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคมและเศรษฐกิจ จึงมีผู้คนภายในชุมชนหันมาประกอบอาชีพการ ทำข้าวหลามขายเป็นหลัก และทำข้าวหลามขายกันตลอดปี ทำให้ข้าวหลามนครปฐมเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง มากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ บพิตร (รัชกาลที่ 9) และพระราชอาคันตุกะ โดยเสด็จฯ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เมื่อ พ.ศ 2503 ทรงทอดพระเนตรการทำข้าวหลามทำให้ชื่อเสียงของข้าวหลามนครปฐมโด่งดังและเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป
และด้วยความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม
ทำให้การใส่บาตรด้วยข้าวหลามของชุมชนวัดพระงามก็เลือนหายไปจากชุมชน
จากร่องรอยประเพณี พิธีกรรม
และวัฒนธรรมของผู้คนในชุมชนวัดพระงามที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ
.jpg)
ความคิดเห็น